บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง “สามัคคีธรรมนำสุข”

Release Date : 02-10-2015 08:00:00
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง “สามัคคีธรรมนำสุข”

กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรมในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง “สามัคคีธรรมนำสุข”
มีเรื่องเล่าในคัมภีร์ว่า หลังจากถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแล้ว เจ้านครน้อยใหญ่ รวม ๗ แห่ง ได้พากันส่งคณะทูตมาเพื่อขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ซึ่งปกครองเมืองกุสินาราสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ไม่ยอมแบ่งให้ ได้ตอบปฏิเสธอย่างแข็งขัน โดยอ้างเหตุผลว่าพระพุทธเจ้านิพพานที่เมืองของตน พระบรมสารีริกธาตุจึงเป็นสมบัติของเมืองกุสินาราเท่านั้น เมื่อเจ้ามัลลกษัตริย์ไม่ยอมแบ่งให้ เจ้านครทั้ง ๗ แห่ง จึงได้กรีฑาทัพมาเพื่อหวังจะแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งนั้นได้มีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อว่า “โทณะ” เป็นคนเฉลียวฉลาดในการเจรจามธุรภาษิต และเป็นที่เคารพนับถือของบรรดาเจ้านครเหล่านั้น ได้ปราศรัยในที่ประชุมในยามหน้าสิ่วหน้าขวานความตอนหนึ่งว่า “พระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงสรรเสริญขันติธรรม และสามัคคีธรรม แล้วเราทั้งหลายจะมาทะเลาะวิวาททำสงครามกัน เพราะพระบรมสารีริกธาตุเป็นเหตุทำไม มาแบ่งกันให้ได้เท่า ๆ กันดีกว่า พระบรมสารีริกธาตุจักได้แพร่หลายไปทั่วทุกทิศและเป็นประโยชน์แก่มหาชนทั่วโลก”
คำปราศรัยของโทณพราหมณ์ ทำให้เจ้านครเหล่านั้นตกลงกันได้ด้วยเห็นคุณของสามัคคีธรรมและมอบธุระให้ “โทณพราหมณ์” เป็นผู้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น ๘ ส่วน อย่างละเท่า ๆ กัน แล้วเจ้านครทั้งหมดต่างอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุนั้นไปบรรจุไว้ในสถูปที่เมืองของตน ๆ การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุจึงเสร็จสิ้นด้วยความเรียบร้อย โดยไม่มีใครเสียเลือดเนื้อและชีวิตเลย
จากเรื่องดังกล่าว ทำให้เห็นว่าสามัคคีคือ ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนั้น นำความสงบสุขมาสู่สังคมได้จริง และสามัคคีดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ เพราะทุกผู้ทุกคนรู้จักใช้ขันติคือ ความอดทนต่อกันนั่นเอง เป็นประการสำคัญ (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)