บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง “ข้อคิดจากเขื่อนกั้นน้ำ”

Release Date : 24-09-2015 08:00:00
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง “ข้อคิดจากเขื่อนกั้นน้ำ”

กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรมในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง “ข้อคิดจากเขื่อนกั้นน้ำ”
เมื่อถึงฤดูฝนแทบทุกปี มักจะเกิดน้ำท่วมขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ และในทำนองเดียวกัน เมื่อถึงฤดูแล้งปัญหาก็ตามมาอีก นั่นคือ การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค สรุปว่าทั้งน้ำท่วมและฝนแล้งล้วนก่อปัญหาทั้งสิ้น และวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวก็คือ การสร้างเขื่อนกั้นน้ำขึ้น ฤดูฝนก็ช่วยบรรเทาน้ำท่วม ฤดูแล้งก็ช่วยบรรเทาการขาดแคลนน้ำได้
ในทางพระพุทธศาสนามีคำสอนบทหนึ่งว่า “เสาเขื่อนที่ฝังลงดิน ไม่หวั่นไหว เพราะลมทั้งสี่ทิศ ฉันใด สัตบุรุษก็ไม่หวั่นไหวเพราะโลกธรรม ฉันนั้น” โลกธรรมนั้น คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขที่เราได้รับ และลาภ ยศ สรรเสริญ สุขที่สูญเสียไป ในแง่ศาสนา ท่านถือว่าเป็นของมีอยู่ประจำโลก เมื่อคนเกิดมาบนโลกนี้แล้วก็ต้องประสบพบเจอ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ใครจะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หรือเสื่อมจากลาภ ยศ สรรเสริญ และสุขที่ได้นั้น เพียงแต่ว่าเมื่อได้หรือเสื่อมแล้ว เราปล่อยให้ความรู้สึกดีใจและเสียใจครอบงำเพราะไม่นำพาที่จะปฏิบัติตามคำพระนั่นต่างหาก คือ สิ่งที่น่าจะเสียใจกว่า เพราะการปล่อยไปเช่นนั้น นอกจากจะทำให้ห่างไกลจากความเป็นสัตบุรุษแล้ว ยังพลอยทำให้โอกาสที่จะข่มจิตมิให้หวั่นไหวต่อโลกธรรมนั้นเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้นด้วย
ในการสร้างเขื่อน ถ้าเสาเขื่อนไม่แข็งแกร่งพอ ก็ต้านทานแรงอัดของน้ำไม่ได้ เขื่อนอาจพังทลาย ข้อนี้ฉันใด คนเรา ก็ฉันนั้น เมื่อกระทบโลกธรรมแล้ว หากไม่มีจิตใจที่มั่นคงแข็งแกร่งพอ โอกาสที่จะเสียผู้เสียคนก็เป็นได้  ดังนั้น การข่มจิตมิให้หวั่นไหวจึงเป็นมงคลแก่ผู้ปฏิบัติ ดังคำพระที่ว่า “จิตของผู้ใดกระทบกับโลกธรรมแล้วไม่หวั่นไหว ข้อนั้นเป็นมงคลสูงสุด” (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)