กรมบัญชีกลางยกเลิกสแกนนิ้ว ใช้บัตรประชาชนยื่นรักษาพยาบาลแทนได้ทันที เริ่มวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ นี้

Release Date : 05-04-2018 00:00:00
กรมบัญชีกลางยกเลิกสแกนนิ้ว ใช้บัตรประชาชนยื่นรักษาพยาบาลแทนได้ทันที เริ่มวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ นี้

           อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ปรับปรุงระบบเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนในการยื่นใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลได้ทันทีแทนการสมัครเข้าจ่ายตรง (สแกนนิ้ว) กับสถานพยาบาลของทางราชการแต่ละแห่งและต้องรอผลการอนุมัติ ๑๕ วัน โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ สถานพยาบาลของทางราชการที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๑,๑๐๔ แห่ง และสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์กลุ่มโรคเฉพาะ ได้แก่ การฟอกไต และรังสีรักษาสำหรับโรคมะเร็ง รวมจำนวน ๒๑๓ แห่ง ซึ่งกรมบัญชีกลางจะได้ชี้แจงถึงแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก โดยให้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับผู้มีสิทธิ และบุคคลในครอบครัว นายทะเบียนของส่วนราชการ เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลของทางราชการและเอกชน โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ๒๕๖๑ เป็นต้นไป รวมทั้งเพิ่มช่องทางการให้ความรู้กับทุกภาคส่วน โดยจะเปิดให้แจ้งความประสงค์ในการเชิญวิทยากรไปให้ความรู้ภายในหน่วยงานแต่ละแห่ง ได้อีกด้วย

             สำหรับผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว ขอให้ตรวจสอบสิทธิของตนเอง ได้ที่เว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th หัวข้อตรวจสอบสิทธิ ทั้งนี้หากพบว่า “ไม่มีสิทธิ” ให้ติดต่อนายทะเบียนที่สังกัดโดยเร็ว เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อสิทธิประโยชน์ของตนเองในการใช้สิทธิเบิกจ่ายตรง

             การใช้บัตรประจำตัวประชาชนในการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงตนในการใช้สิทธิเท่านั้น อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการใช้สิทธิเข้ารับการรักษาได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องทดรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล และที่สำคัญไม่กระทบสิทธิการเบิกค่ารักษาที่เคยได้รับ สำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนได้ตามกฎหมาย ก็สามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงได้เช่นกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๗๐ ๖๔๐๐  (ที่มา : กรมบัญชีกลาง)

รูปภาพที่เกียวข้อง
กรมบัญชีกลางยกเลิกสแกนนิ้ว ใช้บัตรประชาชนยื่นรักษาพยาบาลแทนได้ทันที เริ่มวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ นี้
ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง