กองทัพเรือ ติดตามความก้าวหน้าการสร้างบ้านแบบน็อคดาวน์ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

Release Date : 01-12-2017 00:00:00
กองทัพเรือ ติดตามความก้าวหน้าการสร้างบ้านแบบน็อคดาวน์ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร     เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

  

                 เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ นาวาเอก วรท ภูมิภัทรภากร ผู้อำนวยการกองบรรเทาสาธารณภัย สำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ พร้อมคณะ เป็นผู้แทน พลเรือโท บรรพต เกิดภู่ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ/หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือนศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ในการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการสร้างบ้านแบบน็อคดาวน์ จำนวน ๔๘ หลัง ในพื้นที่จังหวัดชุมพร พร้อมทั้งสำรวจความพึงพอใจ และรับฟังปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินการในการช่วยเหลือ ที่ผ่านมา ซึ่งการดำเนินการสร้างบ้านแบบน็อคดาวน์ ทั้ง ๔๘ หลัง นั้นได้มอบหมายให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นหน่วยควบคุมการปฏิบัติ โดยเริ่มดำเนินการวางเสาเอก เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา โดยใช้งบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างจากเงินบริจาคของประชาชนที่ได้บริจาคไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

            กองทัพเรือได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการเปิดศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของ ซึ่งมีประชาชนร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเป็นจำนวนมาก ในส่วนของเงินบริจาคนั้น กองทัพเรือได้อนุมัติ จัดสรรเงิน เพื่อจัดหาบ้านให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ กองทัพเรือ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นไปแล้ว ในพื้นที่จังหวัดชุมพร จำนวนทั้งสิ้น ๑๔ หลัง โดยแล้วเสร็จเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าของบ้านต่างชื่นชมและดีใจที่ภาครัฐ โดยเฉพาะกองทัพเรือ ได้เข้าให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อน โดยการตรวจความก้าวหน้า ในการสร้างบ้านในครั้งนี้ คณะฯ ได้กำชับผู้เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล ในการให้ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติสุขต่อไป

                 ทหารเรือ จะอยู่เคียงข้างประชาชน  ยังคงเตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่จะให้การสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน ๑๖๙๖  ตลอด ๒๔ ชั่วโมง   (ที่มา : ศบภ.ทร.)