ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมการผลักดันน้ำของกองทัพเรือในแม่น้ำท่าจีน

Release Date : 01-12-2017 00:00:00
ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมการผลักดันน้ำของกองทัพเรือในแม่น้ำท่าจีน

              พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ  ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เดินทางตรวจเยี่ยมจุดติดตั้งเรือผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในการผลักดันน้ำบริเวณวัดใหญ่จอมปราสาท ตำบลท่าจีน (ใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนถนนพระราม ๒) ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๐๐ น.

           เนื่องจากแม่น้ำท่าจีนในเขตจังหวัดสมุทรสาคร มีสภาพคดเคี้ยว ส่งผลต่อการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยเป็นไปด้วยความล่าช้า ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนยังคงมีระดับสูง สภาพปัจจุบันยังคงมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณนอกคันกั้นน้ำ อีกทั้งยังทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำของทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างทั้งหมด ๑๒ ทุ่ง ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ไม่สามารถระบายออกได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งกรมชลประทาน มีความจำเป็นเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำดังกล่าว เพื่อให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้ทันภายในกลางเดือนธันวาคม ๒๕๖๐ นี้ จึงได้ขอรับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ ในการเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีนให้ลงสู่อ่าวไทยได้รวดเร็วขึ้น ตลอดจนดึงน้ำที่ท่วมขังในทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง ให้ออกจากทุ่งอย่างรวดเร็ว ในการนี้ พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้สั่งการให้อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เป็นหน่วยดำเนินการในการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจำนวน ๓๐ ลำ ติดตั้งใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนถนนพระราม ๒ บริเวณวัดใหญ่จอมปราสาท ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

           ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดย อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ได้จัดส่งขบวนรถลำเลียงเรือผลักดันน้ำ จำนวน ๒๒ ลำ พร้อมกำลังพล ๘๐ นาย ให้การสนับสนุนจังหวัดสมุทรสาคร ในการติดตั้งเรือผลักดันน้ำในบริเวณนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง   ในการดำเนินการผลักดันน้ำจากในแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ให้ระบายลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลการดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓พฤศจิกายน ๒๕๖๐  ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดย อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ได้ให้การสนับสนุนจังหวัดเพชรบุรี ในการติดตั้งเรือผลักดันน้ำ จำนวน ๓๐ ลำ ติดตั้งบริเวณ วัดคุ้งตำหนัก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อดำเนินการผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ที่เอ่อล้นตลิ่งและทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่อำเภอบ้านลาด อำเภอเมืองเพชรบุรี และอำเภอบ้านแหลม ซึ่งสามารถผลักดันน้ำจนเข้าสู่สภาวะปรกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ให้ทุกหน่วยอยู่เคียงข้างประชาชนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

           สำหรับ เรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือนั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จ  พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ซึ่งแนวความคิดนี้ ปัจจุบันกรมชลประทานได้นำไปดัดแปลงระบบ เพื่อใช้แก้ไขปัญหาระบบน้ำทั่วประเทศ และจากองค์ความรู้ ในการสร้างเรือผลักดันน้ำที่คงมีอยู่ ทำให้กองทัพเรือสร้างเรือผลักดันน้ำขึ้นใหม่เพื่อให้ทันต่อการนำไปใช้ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ในปี ๒๕๕๔ ทั้งยังสนองต่อพระราชดำริแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการนำอุปกรณ์ เครื่องยนต์ที่มีอยู่เดิมมาผลิตและพัฒนาขึ้นใหม่เป็น ๓ ขนาด คือขนาด ๓๒๐ แรงม้า ผลักดันน้ำได้ ๑๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร/วัน ขนาด ๒๒๐ แรงม้า ผลักดันน้ำได้ ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร/วัน และขนาด ๑๒๐ แรงม้า ผลักดันน้ำได้ ๓๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร/วันเรือผลักดันน้ำนับว่าเป็นประโยชน์ต่อการระบายน้ำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก อีกทั้งยังสามารถชะล้างไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เป็นแอ่ง เป็นบึงและคอขวด เนื่องจากเป็นที่ลุ่มระบายน้ำออกได้ลำบากและไหลได้ไม่เร็ว  (ที่มา : สลก.ทร.)